กลุ่มงูเห่า
From Thailand Political Base
"กลุ่มงูเห่า" เป็นกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่ง ที่เกิดจากการรวมตัวของนักการเมืองในสังกัดพรรคประชากรไทย สมญานามของกลุ่มนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อครั้งที่ พรรคประชากรไทยซึ่งร่วมรัฐบาลกับพรรคความหวังใหม่ ของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในปี 2539 แต่ทว่าการบริหารงานของรัฐบาลชุดนั้นต้องประสบปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลจำต้องใช้มาตรการลอยตัวค่าเงินบาท พร้อมกับสั่งปิดสถาบันการเงิน 52 แห่ง เพื่อแก้วิกฤติครั้งนี้
สมัคร สุนทรเวช สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดูเหมือนไม่เป็นใจให้กับรัฐบาลซักเท่าไร พล.อ.ชวลิต และคนในซีกรัฐบาลถูกโจมตีอย่างหนักจากพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งนำโดยนายชวน หลีกภัย แห่งประชาธิปัตย์ที่ตอนนั้น พูดอะไรดูจะถูกใจประชาชนมากกว่าคำพูดของคนรัฐบาล
ทางฝ่ายของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชากรไทย ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้พยายามออกมาปกป้องรัฐบาลและพล.อ.ชวลิต พร้อมกับต่อสู้กับการโจมตีของประชาธิปัตย์อย่างเต็มตัว
แต่ในที่สุด พล.อ.ชวลิต ก็ไม่สามารถทานแรงเสียดสีจากการเมือง จำต้องประกาศลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังบริหารงานมาได้เพียง 11 เดือน เพื่อเปิดทางให้คนทางฝ่ายรัฐบาลมาบริหารประเทศต่อ (ว่ากันว่าเป็น พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา) เนื่องจากขณะนั้น รัฐบาลมีเสียงมากกว่าทางฝ่ายค้าน
หลังจากที่ พล.อ.ชวลิตประกาศลาออกในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2540 บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรค ซึ่งรวมถึงพรรคประชากรไทยด้วย ได้ร่วมกันลงนามสนับสนุน พล.อ.ชาติชาย ให้จัดตั้งรัฐบาลและขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรครวมกันได้ 197 เสียง
ทางซีกของฝ่ายค้านซึ่งนำโดยพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีตัวชูโรงอย่าง นายชวน หัวหน้าพรรค พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เลขาธิการพรรค และบุคคลสำคัญอีกหลายคน ได้พยายามรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเช่นกัน แต่เสียงที่รวบรวมได้จากทั้งหมด 7 พรรคมีเพียง 196 เสียง
แต่แล้วจุดพลิกผันก็เกิดขึ้น เมื่อพล.ต.สนั่น รับลูกจากนายชวน ให้มาทาบทามนายวัฒนา อัศวเหม และส.ส. "กลุ่มปากน้ำ" จำนวน 12 คน เพื่อสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเท่ากับเป็นการแยกพรรคประชากรไทยออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายนายสมัคร และฝ่ายนายวัฒนา
วัฒนา อัศวเหม หัวหน้างูเห่า
แล้วนายวัฒนา และส.ส.ของพรรคประชากรไทย รวม 12 คน ก็ได้ฝากความทรงจำอันปวดร้าวให้กับนายสมัคร และฝ่ายผู้สนับสนุน พล.อ.ชาติชาย เมื่อหันมาสนับสนุนนายชวน ทำให้พรรคฝ่ายประชาธิปัตย์ มีคะแนนรวมกัน 208 เสียง มากกว่าที่สนับสนุน พล.อ.ชาติชาย ที่เหลือเพียง 185 เสียง เท่านั้น
จากคะแนนที่นายวัฒนา และส.ส.พรรคประชากรไทย รวม 12 คน สนับสนุนนายชวน ส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์ได้กลับเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้งหนึ่ง ภายใต้การนำของ นายชวน ที่ได้เป็นนายรัฐมนตรี เป็นครั้งที่ 2
หลังเหตุการณ์ในครั้งนั้น นายสมัคร หัวหน้าพรรคประชากรไทย ได้กล่าวเปรียบเปรยส.ส.กลุ่มปากน้ำ ทั้ง 12 คนนี้ว่าเป็น "ชาวนากับงูเห่า" ชาวนาสมัครรับงูเห่า 12 ตัว ที่หนีตายมาจากพรรคชาติไทย และเลี้ยงดูอย่างดี แต่แล้วงูทั้ง 12 ตัวก็ลอบกัดชาวนา แล้วกลุ่มของนายวัฒนาจึงถูกสื่อมวลชนเปลี่ยนชื่อจากกลุ่มปากน้ำไปเป็นกลุ่มงูเห่า และนายสมัครได้ประณามการกระทำในครั้งนั้นของนายชวนอย่างรุนแรง อีกทั้งยังกล่าวหาว่า นายวัฒนาและพรรคพวกรับเงินจากพรรคประชาธิปัตย์เพื่อแลกกับเสียงสนับสนุน
สำหรับส.ส. กลุ่มงูเห่า ทั้ง 12 คนที่ลงชื่อสนับสนุนนายชวน หลีกภัย ประกอบไปด้วย
- นายไกรสิทธิ์ ไกรสิทธิพงศ์ ส.ส.พิษณุโลก
- นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี
- นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ส.ส.อุตรดิตถ์
- นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส.อุตรดิตถ์
- นายประกอบ สังข์โต ส.ส.นนทบุรี
- นายพูนผล อัศวเหม ส.ส.สมุทรปราการ
- นายมั่น พัธโนทัย ส.ส.สมุทรปราการ
- นายยิ่งพันธ์ มนะสิการ ส.ส.พิษณุโลก
- นายวัฒนา อัศวเหม ส.ส.สมุทรปราการ
- พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ ส.ส.สมุทรปราการ
- นายสำเร็จ อัจฉริยะประสิทธิ์ ส.ส.นนทบุรี
- นายสุชาติ บรรดาศักดิ์ ส.ส.นนทบุรี
ในภายหลัง แม้ว่ากลุ่มงูเห่าทั้ง 12 คนนี้ จะแปรพรรคแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมลาออกจากพรรค เนื่องจากยังหาพรรคการเมืองเข้าสังกัดไม่ได้ แม้ว่านายสมัครจะพยายามใช้มติพรรคขับไล่ก็ตาม
เมื่อใช้มติพรรคขับไล่ไม่สำเร็จ นายสมัครจึงส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสิน และศาลได้ตัดสินให้สมาชิกกลุ่มงูเห่าทั้ง 12 คน พ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทย แต่ยังคงสภาพเป็น ส.ส.อยู่ และจะต้องหาพรรคการเมืองสังกัดภายใน 30 วัน ซึ่งทั้งหมดนี้ได้พากันย้ายไปอยู่พรรคราษฎรในที่สุด