กลุ่มผู้จัดการ

From Thailand Political Base

Jump to: navigation, search

กลุ่มผู้จัดการ เป็นกลุ่มทุนสื่อมวลชนที่มีอิทธิพลสูงรายหนึ่ง นำโดย นาย สนธิ ลิ้มทองกุล

สื่อภายใต้ กลุ่มผู้จัดการมีหลากหลายกลุ่ม แต่ที่ถือว่ามีอิทธิพลสูงสุดคือโทรทัศน์ผ่านเคเบิ้ลดาวเทียมคือ ASTV ซึ่งประมาณการว่ามีผู้ชมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ[1]

สำหรับสื่่ออื่นที่อยู่ในเครือก็มีเช่น หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ, เว็บไซต์ผู้จัดการ, ASTV, นิตยสาร Positioning, หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์, วิทยุชุมชนเจ้าฟ้า

ในความเป็นจริง ASTV ไม่สามารถออกอากาศได้เนื่องจากขัดต่อ พรบ. การกระจายเสียง แต่กลุ่มผู้จัดการใช้วิธีเลี่ยงกฎหมายโดยส่งสัญญาณผ่านอินเทอร์เน็ตไป uplink ที่สถานีเครือข่ายดาวเทียม NSS-R6 ในประเทศฮ่องกง

รัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ในขณะนั้น ได้สั่งให้ ASTV ยุติการออกอากาศ โดยอาศัยกฎหมายจาก พรบ. ฉบับนี้ แต่ต่อมา กลุ่มผู้จัดการได้ยื่นคำร้องผ่านศาลปกครองให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ส่งผลให้มีการออกอากาศต่อไปได้

ต่อมามีกลุ่มยุติธรรมไทยยื่นขอให้ศาลปกครองพิจารณายุติการออกอากาศ เนื่องจากกรณีมีการปลุกระดมและศาลออกหมายจับ 9 แกนนำพันธมิตรในข้อหากบฎ[2] แต่ศาลปกครองไม่รับฟ้องโดยอ้างว่าไม่มีอำนาจสั่งเอกชน

การเปลี่ยนหัวหนังสือพิมพ์

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2551 กลุ่มผู้จัดการได้มีการเปลี่ยนหัวหนังสือพิมพ์จาก ผู้จัดการ เป็น ผู้จัดการ 2551 ชั่วคราว และต่อมาเป็น ASTV-ผู้จัดการ ในนามของบริษัท เอเอสทีวี เนื่องจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อบ่ายวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมาให้บริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ล้มละลายเนื่องจากไม่สามารถดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการที่ศาล เห็นชอบได้ โดยศาลไม่เห็นชอบไม่ขยายระยะเวลาการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูตามที่ผู้บริหาร แผนยื่นคำร้อง[3]

รายได้

รายได้ส่วนหนึ่งมาจากการเป็นสมาชิก SMS ซึ่งนายสนธิประกาศว่ามีประมาณ 5-6 หมื่นราย[4] เมื่อพิจารณาจากค่าธรรมเนียม 200 บาทต่อเดือน[5] ทำให้ ASTV มีรายได้ราว 12 ล้านบาทต่อเดือน แต่จะต้องแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งให้กับ Operator ด้วย

ข้อมูลอ้างอิง

  1. ดูผลสำรวจจากทาง abac poll
  2. กลุ่มยุติธรรมไทย ยื่นศาลปกครองสูงสุด พิจารณายุติการออกอากาศ ASTV
  3. ศาลสั่งแมเนเจอร์ ล้มละลาย หนี้ท่วม4พันล.ใช้บริษัทใหม่เปลี่ยนหัวผู้จัดการ เป็นASTV-ผู้จัดการ
  4. “สนธิ”ซัด“ทนง”ตัวการทำ“บินไทย”เจ๊ง-ดิ้นหนีผิดโยนบาปพันธมิตรฯ
  5. ‘สนธิ’ วอนประชาชนช่วย ASTV ด้วยการรับข่าวผ่านมือถือ 200 บาท/ด.