กษิต ภิรมย์
From Thailand Political Base
เป็นบุตรของศาสตราจารย์พลเรือตรีสมภพ ภิรมย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) กับนางจุนเจือ ภิรมย์ จบการศึกษาด้านกิจการต่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก Institute of Social Studies ประเทศเนเธอร์แลนด์
รับราชการในกระทรวงการต่างประเทศอย่างยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตหลายประเทศ ทั้งประเทศรัสเซีย อินโดนีเซีย เยอรมนี ญี่ปุ่น ก่อนเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา
หลังเกษียณเข้ามาช่วยงานพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีเงา และเคยลงชิงตำแหน่งผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่พ่ายแพ้ให้กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ส.ส.กทม.
แต่การที่นายกษิตขึ้นเวทีปราศรัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อย่างต่อเนื่อง นับแต่ปี 2549 จนถึงช่วงยึด 2 สนามบิน ทำให้ถูกมองว่าเป็นรัฐมนตรีโควต้าพันธมิตร[1]
เขาให้สัมภาษณ์ว่า การขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ของเขาไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไร "พันธมิตรฯ ได้ทำผิดอะไรเหรอครับ หมายความว่าไม่ได้เป็นองค์การโจรหรืออะไรทำนองนั้น แต่เป็นการแสดงออกซึ่งการเป็นประชาธิปไตย เพราะเป็นประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งมีแม่บ้านถึงหกสิบ-เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ที่ออกมาเรียกร้องความยุติธรรม เรียกร้องธรรมาภิบาลในสังคม ต่อต้านคอรัปชั่น มันก็เป็นเรื่องที่เขาออกมาเรียกร้อง ซึ่งหากเป็นกระบวนการก่อการร้ายไปทำลายอะไร ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างไรก็ตาม พันธมิตรฯ ก็มีเป้าหมายเหมือนกับคนไทยทั่วไป ต้องการความยุติธรรม ต้องการความใสสะอาดในนักการเมือง" พร้อมทั้งปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรฯ[2] ด้านนายสุริยะใส ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ปฏิเสธความเกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน[3]
นอกจากนี้ นายกษิต ได้กล่าวต่อบรรดาทูตต่างประเทศประจำเมืองไทยและผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า "การเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิเป็นเรื่องสนุก มาก เพราะอาหารก็อร่อย แถมดนตรีก็เยี่ยม พร้อมทั้งกล่าวปกป้องกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า อยากขอให้เหล่าทูตมองการประท้วงของกลุ่มพันธมิตรฯว่าเป็นการผลักดัน กระบวนการความเป็นประชาธิปไตยของไทยไปข้างหน้า และเราควรจะมีความสุขว่านี่เป็นครั้งแรก ที่มีประชาชนธรรมดาออกมาแสดงพลังอย่างเต็มที่ เพื่อคัดค้านการคอร์รัปชั่น หากสังคมยังคงต้องการเปลี่ยนแปลง ก็จำเป็นจะต้องแลกกับการสูญเสียบ้าง" [4]
Contents |
ข้อมูลส่วนตัว
- วันเกิด : วันที่ 15 ธันวาคม 2487
- สถานภาพครอบครัว : สมรสกับนางจินตนา มีบุตรสาว 1 คน
ประวัติการศึกษา
- คณะรัฐศาสตร์ (แผนกนิติศาสตร์) ปีที่หนึ่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 17 (ไม่จบการศึกษา)
- B.Sc. International Affairs, School of Foreign Service, Georgetown University, Washington, DC, สหรัฐอเมริกา
- Diploma in International Relations, International Relations and Development, Institute of Social Studies, The Hague, เนเธอร์แลนด์
- วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 32 (วปอ.32)
ประวัติการทำงาน
- พ.ศ. 2512 : เข้าทำงานกระทรวงการต่างประเทศ ในตำแหน่งเลขานุการตรี กองการเมือง กรมองค์การระหว่างประเทศ
- พ.ศ. 2515 : เลขานุการตรี กองประมวลและวิเคราะห์ข่าว กรมสารนิเทศ
- พ.ศ. 2518 : เลขานุการตรี กอง SEATO กรมองค์การระหว่างประเทศ
- พ.ศ. 2522 : เลขานุการตรี และเลขานุการโท สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ และคณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป
- พ.ศ. 2523 : เลขานุการโท กองเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กรมเศรษฐกิจ
- พ.ศ. 2524 : เลขานุการเอก สำนักงานเลขานุการกรม กรมเศรษฐกิจ
- พ.ศ. 2526 : ผู้อำนวยการกองพาณิชย์และอุตสาหกรรม กรมอาเซียน
- พ.ศ. 2527 : ผู้อำนวยการกองสนเทศเศรษฐกิจ กรมเศรษฐกิจ
- พ.ศ. 2528 : ผู้อำนวยการกองนโยบายและวางแผน สำนักงานปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
- พ.ศ. 2531 :
- รองอธิบดี กรมเศรษฐกิจ กระทรวงการต่างประเทศ
- เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง (รับผิดชอบกิจการยุโรป) กระทรวงการต่างประเทศ
- พ.ศ. 2534 : อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- พ.ศ. 2537 : เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก รัสเซีย
- พ.ศ. 2540 : เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย
- พ.ศ. 2544 :
- เอกอัครราชทูต ณ กรุงบอนน์ / เบอร์ลิน เยอรมนี
- เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงช่วยราชการสำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี
- พ.ศ. 2547 : เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น
- เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
- พ.ศ. 2517 : จตุรถาภรณ์ช้างเผือก (จ.ช.)
- พ.ศ. 2520 : ตริตาภรณ์มงกุฎไทย (ต.ม.)
- พ.ศ. 2525 : ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.)
- พ.ศ. 2530 : ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.)
- พ.ศ. 2531 : ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)
- พ.ศ. 2534 : ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)
- พ.ศ. 2536 : เหรียญจักรมาลา
- พ.ศ. 2537 : มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
- พ.ศ. 2542 : มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
