กองพลทหารราบที่ 7

From Thailand Political Base

Jump to: navigation, search

แนวคิดการจัดตั้ง กองพลทหารราบที่ 7 เริ่มเป็นข่าวในช่วงเดือนกรกฎาคม 2553

ที่มา

ในการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ บก.ทบ. ในเดือนกรกฎาคม 2553 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ได้เสนอแนวความคิดที่จะขยายกำลังทหารในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ด้วยการจัดตั้ง กองพลทหารราบที่ 7 ขึ้น ใช้พื้นที่กรมรบพิเศษที่ 2 เดิม เป็นกองบัญชาการกองพล จะมีหน่วยขึ้นตรง 2 กรม คือ กรมทหารราบที่ 7 (จ.เชียงใหม่) และกรมทหารราบที่ 17 (จ.พะเยา) โดยจะมีการบรรจุอัตรากำลังพลที่เกลี่ยมาจากหน่วยต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสานจำนวนเกือบ 8,000 นาย ซึ่งจะมีการเสนอของบประมาณจำนวนเกือบ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ ครม.อนุมัติงบประมาณภายในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อเป็นการสะดวกต่อการบรรจุตำแหน่ง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 ในการปรับย้ายนายทหารในครั้งนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับในพื้นที่ภาคเหนือ มีเพียงกองพลทหารราบที่ 4 กองพลเดียว ดังนั้นกองพลทหารราบที่ 4 จำเป็นต้องตั้งกรมทหารราบที่ 14 (จ.ตาก) ขึ้นมาใหม่อีก 1 กรม เพื่อบรรจุให้ครบตามการบรรจุอัตรากำลังพล พร้อมกับกรมทหารราบที่ 4 (จ.นครสวรรค์) เดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งต่อไปนี้ในพื้นที่ภาคเหนือ จะมีหน่วยทหารเป็น 2 กองพล คือ กองพลทหารราบที่ 4 และกองพลทหารราบที่ 7 ขึ้นตรงกับกองทัพภาคที่ 3 ส่วนในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จะมีหน่วยทหารกำลังหลัก ประกอบด้วย กองพลทหารราบที่ 3 และกองพลทหารราบที่ 6

ในส่วนของกองทัพภาคที่ 4 จะประกอบไปด้วยกองพลทหารราบที่ 5 และกองพลทหารราบที่ 15 อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า นายสุเทพ มีความต้องการที่จะสกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างจริงจัง และพร้อมจะผลักดันการจัดตั้งกองพลทหารราบที่ 7 เข้า ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติหลักการในสัปดาห์หน้า รวมถึงจะเกลี่ยงบประมาณเพื่อจัดตั้ง กองพลทหารราบที่ 7 ให้สำเร็จในเร็วๆ นี้ ซึ่งหากมีการจัดตั้งกรมทหาราบที่ 7 สำเร็จก็มีความแนวโน้มจะประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ภาคเหนือได้ในเร็วๆ นี้เช่นกัน[1]

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 53 ว่า

กองทัพมีหน้าที่ดูแลเรื่องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศบริเวณแนวชายแดน ในพื้นที่กองทัพภาค 3 ต้องดูแลชายแดนด้านทิศตะวันตกและตะวันออก ซึ่งได้พิจารณามานานแล้วว่า กำลังพลไม่เพียงพอ จำเป็นต้องตั้งกองพลขึ้นมารองรับภารกิจในความรับผิดชอบ ทั้งนี้ไม่ใช่ว่า เมื่อคิดวันนี้แล้วจะดำเนินการได้ทันที กรณีนี้แม้จะอนุญาตให้ดำเนินการ ก็คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 5-6 ปี ในการดำเนินการ[2]

อ้างอิง

  1. ประชาไท 24 ก.ค. 53
  2. ไทยรัฐ 25 กรกฎาคม 2553