คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ

From Thailand Political Base

Jump to: navigation, search

คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ หรือ คปร. เป็นคณะกรรมการที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับการแต่งตั้งจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อศึกษารวมรวมแนวทางปฏิรูปประเทศ หลังจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงใน พ.ศ. 2553

คณะกรรมการปฏิรูปประเทศมีจำนวน 19 คน โดยจะทำงานร่วมกับ คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ ที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน

นายอานันท์ กล่าวว่า ความแตกต่างในการทำงานระหว่างคณะกรรมการของตน กับ นพ.ประเวศ คือ คณะกรรมการ นพ. ประเวศ จะทำงานเก็บข้อมูลข้อคิดเห็นและสังเคราะห์ ปัญหา เพื่อนำเสนอ ข้อมูลข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการชุดตน ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปจะทำหน้าทียกร่างเป็นแผนปฏิบัติการ (แอคชั่นแพลน) ที่สามารถนำไปปฏิบัติและแก้ไขปัญหาความอยุติธรรม และความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในอดีตได้ ทั้งภาครัฐบาล ภาคข้าราชการ และเอกชน สามารถนำไปใช้ได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา คณะกรรมการ ทั้ง 2 ชุดจะยังคงทำหน้าที่ต่อไปเป็นเวลา 3 ปี ตามระเบียบสำนักนายกฯ แต่หากรัฐบาลใดจะยกเลิกระเบียบดังกล่าวก็สามารถทำได้ แต่เชื่อมั่นว่าสังคมจะสนับสนุน ให้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดทำหน้าที่ต่อไป [1]

นายอานันท์เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2553

Contents

รายชื่อคณะกรรมการปฎิรูปประเทศ

  1. นายกฤษณพงศ์ กีรติกร
  2. คุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา
  3. นายชัยอนันต์ สมุทวณิช
  4. นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  5. นายนิธิ เอียวศรีวงศ์
  6. นายบัญชา อ่อนดำ
  7. นางปราณี ทินกร
  8. นายพงศ์โพยม วาศภูติ
  9. นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์
  10. พระไพศาล วิสาโล
  11. นางรัชนี ธงไชย
  12. นายวิชัย โชควิวัฒน์
  13. นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์
  14. นายศรีศักดิ วัลลิโภดม
  15. นายสมชัย ฤชุพันธุ์
  16. นางสมปอง เวียงจันทร์
  17. น.ส.สมสุข บุญญะบัญชา
  18. นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล
  19. ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์

การจัดองค์กร

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มิถุยายน 2553 เห็นชอบในหลักการตามที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเสนอให้ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จัดตั้งสำนักงานปฏิรูปประเทศขึ้นเป็นฝ่ายเลขานุการ โดยมีงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อการปฏิรูป ปีละประมาณ 200 ล้านบาท ให้เบิกจ่ายผ่านสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นเวลา 3 ปี (งบประมาณนี้ใช้ร่วมกันสำหรับคณะกรรมการทั้งสองคณะ)

การทำงาน

ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

ในการประชุมคณะกรรมการ คปร. เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ หนึ่งในกรรมการได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมต้องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม 5 ด้าน ได้แก่ รายได้ สิทธิ โอกาส อำนาจ ศักดิ์ศรี

ข้อเสนอ

ข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศมี แนวทางกว้าง ๆ คือ การปฏิรูประบบคิดด้านการบริหารจัดการเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยมีเป้าหมาย 4 ประการคือ 1.จัดสรรทรัพยากรได้อย่างเต็มที่ 2.ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3.บริหารเศรษฐกิจเจริญเติบโตต่อเนื่อง เกิดเสถียรภาพ 4.การกระจายการปันผลเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม ซึ่งใน 4 ด้านนี้มีความสำคัญมาก อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยมีภาวการณ์ที่มีจุดอ่อนนั่น คือ การจัดสรรทรัพยากรเศรษฐกิจ เบื้องต้นต้องดำเนินการจัดสรรการใช้ทรัพยากรอย่างเต็มที่ แรงงานมีงานทำ ที่ดินมีการใช้เต็มที่ นักธุรกิจสามารถประกอบธุรกิจได้

นายอานันท์ กล่าวถึงการทำงานช่วงระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา ได้ใช้งบประมาณไป 13 ล้านบาท โดยมีข้อเสนอใหญ่ๆ ออกมา 2 เรื่อง คือ ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร และปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ

การประกาศลาออก

14 พ.ค.- คณะกรรมการปฏิรูปฯ ชุด “อานันท์” ประกาศลาออกยุติบทบาท มีผล 15 พ.ค. นี้ เตรียมสรุปงานทั้งหมดทำพิมพ์เขียวเป็นแนวทางปฏิรูปประเทศ ให้พรรคการเมืองนำไปต่อยอดเป็นนโยบายหาเสียง เชื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาตรงจุด

นายอานันท์ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการปฏิรูปฯ จะรวบรวมในสิ่งที่ทำมาทั้งหมด ถือว่าจะเป็นพิมพ์เขียวให้กับภาคประชาชนและให้พรรคการเมืองนำไปใช้ประโยชน์ในการนำเสนอนโยบายหาเสียงให้กับประชาชนและประเทศ ในส่วนที่เราทำยังไม่สำเร็จ เราจะระบุไว้ว่าให้ศึกษาเพิ่มเติม เชื่อว่าหากใครเข้ามาเป็นรัฐบาลสามารถหยิบยกไปสานต่อได้ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ มีอายุ 3 ปี แต่เมื่อรัฐบาลยุบสภาและจะมีเลือกตั้ง ดังนั้นคณะกรรมการฯ ได้หารือและตัดสินใจลาออกทั้งคณะ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมนี้ แต่ทุกคนพร้อมสนับสนุนแนวทางความคิดนี้ต่อไป ซึ่งข้อสรุปของคณะกรรมการฯ ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาพื้นฐานของสังคมและการแก้ปัญหาที่ตรงจุด คือ การลดอำนาจรัฐ เพิ่มความเข้มแข็งให้กับประชาชน

“พรรคการเมืองควรชูนโยบายในการปฏิรูปประเทศ ที่ขณะนี้ยังไม่เห็นพรรคการเมืองใดมีแนวนโยบายชัดเจน จึงอยากให้พรรคการเมืองเล็งเห็นแนวทางที่ควรปฏิรูปเดินหน้าต่อไป สิ่งที่คณะกรรมการฯ ทำมา ไม่อยากให้มีการสูญเปล่า ข้อสรุปที่มีสามารถเดินหน้าได้จริง และผมตอบไม่ได้ว่าข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปฯ จะได้นำไปดำเนินการหรือไม่ แต่ผมคิดแต่เพียงว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้องและควรทำ เมื่อทำไปแล้ว ไม่คิดหวังประโยชน์อื่นใด ทุกอย่างอยู่ที่จิตสำนึก รู้สึกรับผิดชอบของสังคมไทยร่วมกัน” นายอานันท์ กล่าว [2]

อ้างอิง

  1. เปิดรายชื่อกรรมการ-สมัชชาปฏิรูปประเทศ - Post Today 8 ก.ค. 53
  2. MCOT คณะกรรมการปฏิรูปฯชุด “อานันท์” ประกาศลาออก มีผล 15 พ.ค.นี้