คำสั่ง 66/2523

From Thailand Political Base

Jump to: navigation, search

คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ได้ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมแก่ทหารในการขยายบทบาทในกิจการด้านพลเรือนและการเข้าไปยุ่งเกี่ยวทางการเมือง

คำสั่งที่ 66/2523 ได้ประกาศใช้เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2523 เพื่อเป็นแนวทางในการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ สาระสำคัญของคำสั่งนี้ คือ การใช้หลัก “การเมืองนำการทหาร” ในการต่อสู้กับการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์

คำสั่งที่ 66/2523 ได้ระบุถึงสาเหตุของการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ว่าเป็นเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ความไม่เท่าเทียมทางการเมือง คือ สภาพการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและประชาชนไม่ได้ใช้อำนาจอธิปไตย แต่อำนาจนี้อยู่ในมือของคนกลุ่มน้อยที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจและสนใจแต่ประโยชน์ส่วนตัว รวมทั้งข้าราชการซึ่งใช้อำนาจหน้าที่เอารัดเอาเปรียบประชาชนที่ไม่มีทางต่อสู้ ส่วนความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจนั้นเกี่ยวข้องกับการผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยคนจำนวนน้อย การขูดรีดเอารัดเอาเปรียบคนจนโดยคนที่ร่ำรวย ความไม่เท่าเทียมกันในรายได้ การมีโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ อันส่งผลให้ช่องว่างระหว่างชนชั้นและระหว่างเมืองกับชนบทกว้างมากขึ้นทุกที

นายทหารกลุ่ม 66/2523 ระบุว่า พวกนายทุนที่เอาเปรียบและขูดรีดคนจนเป็นพวกอิทธิพลมืด เป็นผู้ที่แสวงหาความร่ำรวยทางเศรษฐกิจทุกรูปแบบ รวมทั้งกิจการที่ผิดกฎหมายด้วย ความคิดต่อต้านนายทุนไม่ใช่ของใหม่ในกองทัพ นายทหารระดับกลางและชั้นผู้น้อยซึ่งทำงานปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในชนบทได้พบเห็นการเอารัดเอาเปรียบของนายทุนที่มีต่อชาวบ้านรวมทั้งสภาพที่ถูกเอาเปรียบ

ในสายตาของนายทหารกลุ่มที่ 66/2523 การปกครองแบบเผด็จการเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้คอมมิวนิสต์เติบโต ส่งผลกระทบให้คอมมิวนิสต์ขยายตัวได้ง่าย ดังนั้นการแก้ไขปัญหาคอมมิวนิสต์ต้องแก้ไขด้วยวิถีทางทางการเมืองเท่านั้น การแก้ไขปัญหาทางการเมืองตามพวกนี้เชื่อว่าประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะเอาชนะคอมมิวนิสต์ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อคำนึงถึงวิธีการพัฒนาประชาธิปไตยทางทหารยังไม่มีความแน่ใจว่าวิธีการนั้นควรเป็นอย่างไรทางทหารระบุว่าประชาธิปไตยเป็นระบบที่ประชาชนสามารถใช้อำนาจอธิปไตยได้อย่างเต็มที่ อิทธิพลและอำนาจมืดต้องถูกขจัดออกไปในการเมืองทุกระดับตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ นอกจากนั้นจะต้องทำให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นสภาของประชาชนอย่างแท้จริงไม่ใช่เป็นสภาผู้แทนราษฎรของนายทุน รายละเอียดอื่นๆ นอกจากนี้ยังคงเป็นสิ่งที่โต้เถียงกันอยู่ในวงการทหาร

ความสำคัญของคำสั่ง 66/2523 ที่มีต่อการเมืองคือ ทางฝ่ายทหารอ้างว่าเมื่อทหารรับผิดชอบในการปราบปรามคอมมิวนิสต์ ทหารต้องมีส่วนในการพัฒนาประชาธิปไตยเพราะประชาธิปไตยเป็นวิธีการเอาชนะคอมมิวนิสต์ในประเทศที่ประชาธิปไตยมั่นคงแล้ว ทหารมีบทบาทค้ำจุนประชาธิปไตย แต่ประเทศที่อยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อทหารต้องเป็นผู้สร้างประชาธิปไตย

การแทรกแซงทางการเมืองหลายครั้งที่ทหารนำเอาเหตุผลนี้ขึ้นมาอ้าง เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยตามคำสั่งที่ 66/2523 เนื่องจากทหารเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะครอบงำด้วยนายทุนเป็นส่วนใหญ่บางทีการคัดเลือกคนจากอาชีพต่างๆ ให้มาดำรงตำแหน่งเป็นวุฒิสมาชิกอาจได้สมาชิกรัฐสภาที่เป็นประชาธิปไตยมากกว่า ทหารควรเข้าเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติได้ เพราะการปฏิวัติที่พูดถึงนี้ไม่ใช่เป็นการรัฐประหารแต่เป็นเรื่องของการปรับปรุงให้ประเทศดีขึ้นถือว่า เป็นการดำเนินงานตามคำสั่งที่ 66/2523

แม้ว่าเหตุผลข้างต้นได้รับการคัดค้านไม่น้อยจากบรรดานักการเมือง สื่อมวลชน และปัญญาชนทั้งหลายแต่คำสั่งที่ 66/2523 ยังคงใช้อยู่และจะถูกอ้างเพื่อความชอบธรรมในบทบาททางการเมืองของทหารอีกเมื่อใดก็ได้[1]

รายละเอียดคำสั่ง 66/23

Order 66 23.jpg

ผู้ร่วมผลักดัน

จุดเริ่มต้นของแนวคิด คำสั่ง 66/23 มีที่มาแนวคิดของนายทหาร อย่าง พล.ต. เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อได้รับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพภาพที่ 2 นับแต่เดือนพฤศจิกายน 2517 ก็มีประสบการณ์อันเจ็บปวดเมื่อเดินทางเข้าไปในหมู่บ้านหลายหมู่บ้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นั่นก็คือ ชาวบ้านไม่ไว้ใจตำรวจ ชาวบ้านไม่ไว้ใจทหาร และให้ความไว้วางใจพวกคอมมิวนิสต์ในป่ามากกว่า

เมื่อขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต. เปรม ติณสูลานนท์ กับคณะทำงานอันประกอบด้วย พล.ต.ปฐม เสริมสิน, พ.อ.หาญ ลีนานนท์, พ.อ.เลิศ กนิษฐะนาคะ เป็นต้น เริ่มตระหนักว่าวิธีการปราบปรามอย่างเดียวไม่น่าจะได้ผล จำเป็นต้องใช้วิธีต่อสู้

นั่นก็คือ การต่อสู้ในทางความคิด

นั่นก็คือ การดึงเอาประชาชนมาเป็นฝ่ายเดียวกับทางราชการ

นอกเหนือจาก พล.ท.เปรม ติณสูลานนท์ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังมี พล.ท.สัณห์ จิตรปฏิมา แม่ทัพภาคที่ 4 ที่เริ่มจัดตั้งชาวบ้านขึ้นเป็นอาสาสมัครป้องกันตนเอง โดยในขั้นแรกเอาชาวบ้านที่ได้รับผลสะเทือนจากฝ่ายคอมมิวนิสต์มาเป็นพวก

ทั้งหมดนี้เองคือ "หน่อ" ความคิดในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ คือ "หน่อ" อันนำไปสู่บทสรุป "การเมืองนำการทหาร"

ขณะที่ พล.อ.สายหยุด เกิดผล กับ พล.ท.เปรม ติณสูลานนท์ และ พล.ท.สัณห์ จิตรปฏิมา มีความเห็นร่วมกันในการจัดตั้งอาสาสมัครชาวบ้านในรูปแบบต่างๆ เพื่อต่อสู้กับคอมมิวนิสต์

พ.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เสนอรูปแบบของ "ทหารพราน" ขึ้นมา

รูปแบบของ "ทหารพราน" เป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งจากการจัดตั้ง "อาสาสมัคร" อันเป็นรูปจัดตั้งของกระทรวงมหาดไทย

เป้าหมายอย่างแท้จริงของ "ทหารพราน" คือการย้อนรอย "คอมมิวนิสต์"

นั่นก็คือ เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นทหารที่ระดมมาจากชาวไร่ชาวนาในชนบท รัฐบาลก็จัดตั้ง "ทหารพราน" ขึ้นมาจากชาวไร่ชาวนาในชนบทเช่นเดียวกัน

รูปแห่ง "ทหารพราน" ที่ พ.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้ริเริ่ม เมื่อประสานกับ พลเรือน ตำรวจ ทหาร ของ พล.อ.สายหยุด เกิดผล ประสานกับอาสาป้องกันตนเอง อาสาป้องกันหมู่บ้าน ที่ริเริ่มโดย พล.ท.เปรม ติณสูลานนท์ และ พล.ท.สัณห์ จิตรปฏิมา

ก็ค่อยๆ ก่อรูปแนวคิดบนพื้นฐานแห่งหลักการ "การเมืองนำการทหาร" ขึ้นมา

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า พ.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เคยเป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสถานีวิทยุ 20 และต่อมาก็เป็นนายทหารคนหนึ่งซึ่งเปิดใจกว้างในการศึกษาและเรียนรู้บทเรียนและประสบการณ์ทั้งของ นายประเสริฐ ทรัพย์สุนทร และ นายผิน บัวอ่อน

กระนั้น กว่าที่ คำสั่ง 66/2523 จะปรากฏในทางเป็นจริงก็เดินทางมาอย่างยาวนาน

มองจากเส้นทางของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็ต้องเริ่มต้นจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2517 ที่ได้รับแต่งตั้งจากผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้าให้ดำรงตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2

เดือนตุลาคม 2518 เป็น พล.ท.เปรม ติณสูลานนท์ แม่ทัพภาคที่ 2

เดือนตุลาคม 2519 เลื่อนขึ้นครองยศเป็น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

และภายหลังรัฐประหารเดือนตุลาคม 2520 ก็ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

เดือนตุลาคม 2521 ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการทหารบก

เดือนพฤษภาคม 2522 ภายหลังการเลือกตั้งเดือนเมษายน 2522 เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

เดือนกุมภาพันธ์ 2523 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ลาออก

เดือนมีนาคม 2523 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก

วันที่ 23 เมษายน 2523 คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 จึงประกาศออกมา[2]

ข้อมูลอ้างอิง

  1. วิวัฒนาการทางอำนาจของทหารไทย พ.ศ. 2475 – ปัจจุบัน
  2. เปรม ติณสูลานนท์: เส้นทางคดเคี้ยววกวนของคำสั่งที่ 66/2523