จรัล ภักดีธนากุล

From Thailand Political Base

Jump to: navigation, search

จรัล ภักดีธนากุล อดีตเลขาธิการประธานศาลฎีกา ปลัดกระทรวงยุติธรรม อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 ปัจจุบันเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

Contents

ประวัติ

เกิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2493 จบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับ 1) จบเนติบัณฑิตไทย รุ่นนั้นมีคะแนนเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับสองได้แก่ วิษณุ เครืองาม จากนั้นไปเรียนต่อ B.A. มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และเนติบัณฑิตอังกฤษ

เริ่มรับราชการครั้งแรกเป็นอาจารย์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ทำงานอยู่ 6 ปี ในปี 2522 สอบได้ผู้ช่วยผู้พิพากษา, ปี 2523 ไปเป็นผู้พิพากษาจังหวัดยะลา, ปี 2528 เป็นผู้อำนวยการกองวิชาการ สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ, ปี 2531 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง, ปี 2534 เป็นรองเลขาธิการส่งเสริมงานตุลาการ, ปี 2535 เป็นเลขาธิการส่งเสริมงานตุลาการ ด้วยวัยเพียง 42 ปี ต่อมาเมื่อศาลแยกตัวออกจากกระทรวงยุติธรรมมาเป็นหน่วยงานอิสระแล้ว เขาได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา และเลขานุการศาลฎีกา ก่อนจะมาเป็นเลขาธิการประธานศาลฎีกาในปี 2545

การยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550

นายจรัญได้ดำรงตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 และเป็นผู้เสนอให้ "ยุบพรรคแล้วให้กรรมการพรรคหมดสิทธิ์ 5 ปี" [1]

   "จรัญ"แจงห้ามกก.บห.พรรคที่ถูกยุบลงลต.หวังล้างซื้อเสียง
   
   นายจรัญ ภักดีธนากุล รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า การเพิ่มคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ลงสมัคร ส.ส.ไว้ในมาตรา 96 ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกำหนดห้ามกรรมการบริหารพรรคที่ถูกศาลสั่งยุบพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น เวลา 5 ปีนั้น เป็นเพราะต้องการให้รากฐานของระบอบประชาธิปไตยตั้งอยู่บนการเลือกตั้งที่ บริสุทธิ์ เนื่องจากการเลือกตั้งเกือบทุกครั้งที่ผ่านมาปรากฎอย่างชัดแจ้งถึงการซื้อ สิทธิขายเสียง ส่งผลให้การเมืองล้มเหลว ส่งผลให้นักการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาจำเป็นต้องถอนทุนคืนด้วยการ ทุจริตคอรัปชั่น
   
   "กรรมการบริหารถือเป็นสมอง หัวใจ ระบบประสาทให้พฤติกรรมของพรรคแสดงออกมา ถ้ากรรมการทำดี พรรคก็ดีด้วย แต่ถ้าทำในสิ่งที่ชั่วร้าย ส่งเสริมการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง จนกระทั่งพรรคถูกยุบ คณะกรรมการบริหารพรรคจะไม่ต้องรับผิดชอบเลยหรือ จะอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็น ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามาเป็นกรรมการบริหาร ให้ไปเป็นสมาชิกพรรคธรรมดา" นายจรัญ กล่าว
   
   ผู้สื่อข่าวถามว่า ทั้งพรรคไทยรักไทยและประชาธิปัตย์มีสมาชิกพรรครวมกันกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศ หากเพิ่มคุณสมบัติต้องห้ามในการลงสมัครส.ส.ดังกล่าวไว้ จะส่งผลให้มีการรณรงค์เพื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่นั้น นายจรัญ กล่าวว่า ถ้าทุกฝ่ายต้องการทำให้บ้านเมืองดีขึ้นและมีมาตรฐานทัดเทียมกับอารยประเทศก็ ไม่ควรเกรงกลังต่อขบวนการหรือพฤติกรรมที่คอยเหนี่ยวรั้งฉุดดึงให้สังคมตกต่ำ 

ในระหว่างการยกร่างรัฐธรรมนูญ นายจรัลยังเคยได้โต้วาทีกับนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงประเด็นต่างๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 อีกด้วย [2]

   การที่เราลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญนี้ จะให้ผลดีคือ ‘ยุติระบบปฏิวัติรัฐประหารทันที’ คมช. สิ้นสภาพทันที ส่วนว่ารัฐธรรมนูญนี้ไม่ดี มีข้อบกพร่อง มีบางจุดหลายจุดที่ท่านนำเสนอมานี้ เราเริ่มกระบวนการแก้ไข การแก้ไขนี้ผมอยากจะให้ ‘เราทำแบบเมื่อปี 2540 เราเสนอแบบให้ 50,000 คนเท่านั้นครับ! แล้วก็ ส.ส.ในสภา 1 ใน 4 เท่านั้นครับ!’ (น้ำเสียงหนักแน่น) เสนอแก้ไขมาตราเดียวแบบที่เราเริ่มทำในปี 2540 แล้วให้กระบวนการนั้นจัดทำกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนขึ้นใหม่ เนี่ยครับ เราก็ว่าถ้าเราเดินอย่างนี้มันจะราบรื่นกว่าที่เราจะใช้วิธีการว่า เอาล่ะ! เราล้มร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วคาดหวังว่า คมช. กับ ครม. จะหยิบร่างรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในอดีต มาปรับปรุงให้ดีกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ที่เรากำลังทำนี้
   
   ท่านครับ ท่านไม่มีอะไรไปบังคับเขาได้นะครับ! ไม่มีเลย นี่เป็นความคาดหวังของเรา แล้วถ้าไม่เป็นไปตามที่เราคาดละครับ อะไรจะเกิดขึ้น นะฮะ แต่ถ้าเรารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะดีจะเลว เราได้ระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมาเป็นของประเทศ เราได้อำนาจอธิปไตยกลับคืนมาเป็นของประชาชน แล้วหลังจากนั้นครับ เราช่วยกันเถิดครับ ช่วยกันพาประเทศนี้เข้าสู่กระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ที่เราทุกคนอยากได้อีกครั้งหนึ่งเถิดครับ
   
   ส่วนร่างฯ มาตรา 309 ท่านครับ เจตนารมณ์ท่านอาจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพทูรย์พูดชัดตรงกับเจตนารมย์ของเราว่า ต้องการคุ้มครองการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น สิ่งที่ไม่ชอบไม่คุ้มครอง ท่านอย่าตีความไปอย่างอื่น เปิดช่องให้มีการเล็ดลอดออกไปอย่างนั้นครับ ผมคิดว่าจะเอาเจตนารมย์นี้ให้มั่น ณ วันนี้ว่า มาตรา 309 มีเจตนารมณ์มุ่งคุ้มครองการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และชอบด้วยรัฐธรรมนูญเท่านั้น

เหตุการณ์ระเบิดบ้านนายจรัล เมื่อ พ.ศ. 2551

จากมติชน [3]

   ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลาประมาณเที่ยงคืน วันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดภายในบ้านพักของนายจรัล ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บ้านเลขที่ 92/37 ซอยปรีดี พนมยงค์ 45  แขวงและเขตคลองตัน กทม. โดยจุดเกิดเหตุอยู่ที่สวนต้นไม้ภายในบ้าน แรงระเบิดทำให้ดินเป็นหลุมลึกประมาณ 20 เซ็นติเมตร กว้างประมาณ 50 เซ็นติเมตร คอมเพรสเซอร์แอร์ได้รับความเสีหาย กระจกเลื่อนแตกกระจาย เศษดินกระจายไปทั่วบริเวณและนอกรั้วบ้าน แต่นายจรัลและบุตรสาวไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด

กรณีลูกจ้าง กับนายสมัคร สุนทรเวช

หลังจากนายสมัคร สุนทชเวช ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปใน พ.ศ. 2551 หลังจากศาลมีคำพิพากษาว่านายสมัครผิดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไปเป็นลูกจ้างให้กับเอกชน ได้มีการตั้งคำถามเปรียบเทียบกับนายจรัล ภักดีธนากุล ซึ่งเป็นอาจารย์พิเศษให้กับมหาวิทยาลัยหัวเฉียว แต่ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าเข้าข่ายความผิดประเภทเดียวกันหรือไม่

ทักษิณโฟนอิน มีนาคม 2552

การโฟนอินของ พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2552 ได้กล่าวถึงนายจรัญ และบุคคลอื่นๆ รวม 5 คน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 [4]

   พี่น้องครับ นายปราโมทย์ นาครทรรพ ก็อยู่ในที่ประชุม หลังจากนั้นก็มีผู้ที่เข้ามาอยู่ในที่ประชุมอีก 3 คน คนหนึ่งชื่อนายอักขราทร (จุฬารัตน์) ประธานศาลปกครองสูงสุด อีกคนนายจรัล ภักดีธนากุล (อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 ปัจจุบันเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ) อีกคน นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ (อดีตประธานศาลฎีกาและอดีต รมว.ยุติธรรม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี)

นายจรัล ได้ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาของ พ.ต.ท. ทักษิณ [5]

   นาย จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้เห็นเนื้อหาที่ชัดเจน ถ้ามีการเอ่ยชื่อกันแบบนี้อาจจะต้องพูดอะไรบ้าง แต่ขอปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนเพราะในฐานะผู้พิพากษาจะสมควรตอบโต้อะไรหรือไม่ ส่วนที่ผ่านมานั้นดูเหมือนเป็นการจับแพะชนแกะ ถือเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ อย่างไรก็ตาม ต้องขอเวลาตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดก่อน มองว่าอย่าไปให้ความสำคัญกับคนที่ไม่สำคัญจะดีกว่า ตอนนี้ไม่อยากพูดอะไรมาก เดี๋ยวจะเป็นว่าฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับมากระเดียด หาก พูดไปก็จะเป็นว่ามัดตัวเองด้วย ส่วนตัวไม่อยากจองเวรกับใครทั้งสิ้น ถ้ามีข้อมูลที่จำเป็นต้องแจ้งต่อสาธารณชนก็พร้อมแถลงในรายละเอียดให้ทราบ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ดูข่าวที่ถูกพาดพิงถึง และยังไม่ได้พูดคุยอะไรกับนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรีด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่า จะฟ้องร้องคนที่กล่าวหาหรือไม่ นายจรัญตอบว่า ไม่อยากให้สื่อหรือใครมาชี้นำสร้างกระแสว่าจะมีการฟ้องกลับอย่างนั้นอย่าง นี้ ขอตรวจสอบเรื่องที่ถูกพาดพิงก่อน

แหล่งข้อมูลอื่น

อ้างอิง

  1. WeOpenMind - 25 พฤษภาคม 2550
  2. บทสรุปเวที debate โดยวรเตน์ ภาคีรัตน์ - จรัล ภักดีธนากุล
  3. ลอบบึ้มบ้านพัก จรัล ภักดีธนากุล กลางดึก - มติชน 30 ต.ค. 2551
  4. ประชาไท
  5. ไทยรัฐ - 24 มีค 52