ประชัย เลี่ยวไพรัตน์

From Thailand Political Base

Jump to: navigation, search
Prachai.jpg

ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ก่อตั้งบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ ขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2521 ก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน มีศักยภาพผลิตน้ำมันได้ 215,000 บาร์เรลต่อวัน ด้วยเงินลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท โดยมีเป้าหมายที่จะดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีแบบครบวงจร เปิดโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก โรงงานแรกของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ที่จังหวัดระยอง ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2525 นอกจากนี้ยังมีโครงการสร้างโรงไฟฟ้า โครงการผลิตคาโปรแลกตัม และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอื่นๆ

ในปี พ.ศ. 2532 ประชัยก่อตั้งบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ก่อสร้างโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี และออกหุ้นกู้ ระดมเงินจากต่างประเทศ เพื่อมาขยายกำลังการผลิตปูนซีเมนต์อย่างต่อเนื่อง จากกำลังการผลิต 78000 ตันในปี 2533 เป็น 9.0 ล้านตันในปี 2540

ในปี พ.ศ. 2535 ทีพีไอได้ขอกู้เงินลงทุนจากสถาบันการเงินกว่า 150 แห่ง ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมาขยายกิจการธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจร แต่หลังจากรัฐบาลประกาศลอยตัวค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 และสั่งระงับการดำเนินกิจการสถาบันการเงิน 58 แห่ง ส่งผลให้ทีพีไอขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทันทีกว่า 69,261 ล้านบาท มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นถึง 133,643.82 ล้านบาท หรือประมาณ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ทีพีไอเป็นลูกหนี้รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

ทีพีไอได้เสนอขอประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ โดย ธนาคารกรุงเทพที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ได้รวมตัวกับเจ้าหนี้รายอื่นๆ ในนาม คณะกรรมการเจ้าหนี้ เพื่อทำหน้าที่ในการเจรจาการปรับโครงสร้างหนี้ เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 ศาลล้มละลายกลางประกาศแต่งตั้งผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของทีพีไอ คือ บริษัท แอฟแฟ็คทีฟ แพลนเนอร์ หรือ อีพี ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินของคณะกรรมการเจ้าหนี้

อีพี ได้มีการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์หลักของทีพีไอ ทั้งกิจการท่าเรือน้ำลึก โรงไฟฟ้า และที่ดินในเขตนิคมอุตสาหกรรมทีพีไอ ลดกำลังการผลิตน้ำมันจาก 125,000 บาร์เรลต่อวัน ให้เหลือเพียง 65,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ทีพีไอไม่มีรายได้เพียงพอในการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ได้ รวมทั้งยังมีการแปลงหนี้ดอกเบี้ยค้างชำระของทีพีไอที่มีต่อเจ้าหนี้ให้เป็นหุ้นใหม่แก่เจ้าหนี้ และเจ้าหนี้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทถึง 75%

ประชัยได้ฟ้องต่อศาลล้มละลายกลางว่า ผู้บริหารแผนฟื้นฟูได้ใช้เงินของบริษัทเป็นค่าตอบแทนถึง 1,779 ล้านบาท โดยที่บริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้อีพี พ้นจากการเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2546

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 ศาลล้มละลายกลางประกาศแต่งตั้งกระทรวงการคลัง เป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูชุดใหม่ ประกอบด้วย พลเอกมงคล อัมพรพิสิฏฐ์ เป็นประธาน, ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา, พละ สุขเวช, ทนง พิทยะ และ อารีย์ วงศ์อารยะ

แนวทางการฟื้นฟูของกระทรวงการคลังคือ นำรัฐวิสาหกิจในเครือเข้ามาถือหุ้นเพิ่มทุน ประกอบด้วย ปตท. เข้ามาถือหุ้น 31.5% และธนาคารออมสิน กบข. และกองทุนวายุภักษ์ 1 ถือหุ้น 10% ในขณะที่ทางฝ่ายนายประชัยได้พยายามซื้อหุ้นคืน โดยได้ความสนับสนุนจากซิติก กรุ๊ป (China International Trust & Investment Corp.) รัฐวิสาหกิจจากประเทศจีนเข้ามาซื้อหุ้น โดยฝ่ายนายประชัยเสนอที่จะชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ทันที 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ศาลฎีกามีคำตัดสินว่าประชัยไม่มีสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนก่อนกลุ่มปตท. ส่งผลให้ ปตท. เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ทีพีไอ ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งให้ทีพีไอออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2549 และมีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ที่ประชุมมีมติให้ปลดนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ออกจากทุกตำแหน่งในบริษัท [3] ถือเป็นการสิ้นสุดของอำนาจการบริหารในทีพีไอ ที่ประชัยเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น

ในวันที่ 3 ธันวาคม 2550 ศาลอาญาพิพากษาจำคุก นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ และดร. เชียรช่วง กัลยานมิตร คนละ 3 ปี ไม่รอลงอาญา ปรับ"บมจ.ทีพีไอ โพลีน"และ"บมจ.สเติล์น" รายละกว่า 6.9 พันล้าน ฐานปั่นหุ้น"ทีพีไอ โพลีน" และในบ่ายวันเดียวกันนั้นเอง ศาลอาญา มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวทั้งสองคน ในคดีร่วมกันปั่นหุ้นทีพีไอ โดยตีราคาประกันคนละ 300,000 บาท[1]

วันที่ 4 ธันวาคม 2550 นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ได้ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกและทุกตำแหน่งของพรรคมัชฌิมาธิปไตย โดยให้เหตุผลว่าปัญหาจากกรณีที่ศาลตัดสินจำคุกเขาทำให้เขาเองต้องประสบปัญหาต่างๆ รวมถึงข้อของกฎหมาย และเห็นว่าเป็นโศกนาฏกรรมทางการเมืองครั้งสำคัญของเขา และยอมรับว่าคำตัดสินของศาลไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และก็ยืนยันว่าตนเองไม่ผิด โดยจะยื่นอุทธรณ์ต่อไป

มีรายงานว่า ระหว่างการประชุม สมาชิกระดับแกนนำ 3 คนได้ก้มกราบนายประชัย ไม่ให้ลาออก บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งครียด ในที่สุดทีมกฎหมายของพรรคได้ขอให้มีการโหวต ซึ่งสมาชิกพรรคก็โหวตให้นายประชัยกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคตามเดิม และนายประชัยได้กล่าวขอบคุณสมาชิกทุกคนที่ยังให้การสนับสนุน แต่จะขอเวลาสัก 2-3 วัน ก่อนที่จะตัดสินใจอีกครั้ง เนื่องจากมีผู้ใหญ่บางคนไม่ต้องการให้ตนเป็นหัวหน้าพรรค[2]

Contents

ข้อมูลทั่วไป

  • วันเดือนปีเกิด : 28 สิงหาคม 2487
  • การศึกษา
    • ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) University of Canterbury) ประเทศนิวซีแลนด์
    • ปริญญาโท วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต University of California(Berkeley) ประเทศสหรัฐอเมริกา

ประวัติการทำงาน

  • พ.ศ.2530-ปัจจุบัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)
  • พ.ศ.2534-ปัจจุบัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีพีไอ คอนกรีต จำกัด
  • ประธานกรรมการ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด
  • กรรมการ บริษัท ไฮเทคนิตซู (ประเทศไทย) จำกัด
  • พ.ศ.2532-ปัจจุบัน ประธานกรรมการ บริษัท อุตสาหกรรมสหธัญญพืช จำกัด
  • ประธานกรรมการ บริษัท ไทยพลาสติกฟิล์ม จำกัด
  • ประธานกรรมการ บริษัท สหธัญญพืช จำกัด
  • พ.ศ.2533-ปัจจุบัน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไนเตรทไทย จำกัด
  • พ.ศ.2531-ปัจจุบัน ประธานกรรมการ บริษัท ไทยพลาสติกโพรดักส์ จำกัด
  • ประธานกรรมการ บริษัท ไทยอินดัสเตรียลเอสเตท จำกัด
  • พ.ศ.2541-ปัจจุบัน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค คัททัน แอนด์ กอส จำกัด
  • พ.ศ.2521-2549 ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือทีพีไอ
  • พ.ศ.2530-2548 ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน)

เกียรติคุณสำคัญที่ได้รับการยกย่อง

  • เครื่องอิสริยาภรณ์ – มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (พ.ศ.2542)

ตำแหน่งหน้าที่ทางสังคม

  • หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย (5 ตุลาคม พ.ศ.2550 - ปัจจุบัน)
  • อดีตประธานคณะผู้บริหารพรรคประชาราช (8 สิงหาคม 2550 - 5 ตุลาคม พ.ศ.2550)
  • อดีตเลขาธิการพรรคประชาราช (26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549 - 27 เมษายน พ.ศ.2550)
  • อดีตสมาชิกพรรคประชาราช (13 สิงหาคม พ.ศ.2549 - 5 ตุลาคม 2550)
  • กรรมการสมาคมส่งออกข้าวแห่งประเทศไทย (พ.ศ.2525 - ปัจจุบัน)
  • กรรมการสมาคมมิตรภาพไทย-จีน (พ.ศ.2532 - ปัจจุบัน)
  • สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2535 - 2537)
  • นายกสมาคมนักเรียนเก่าประเทศนิวซีแลนด์ (พ.ศ. 2535 - 2537)
  • วุฒิสมาชิก (พ.ศ. 2537 - 2543)
  • กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสิ่งแวดล้อมเพื่อชีวิต (พ.ศ.2537 - ปัจจุบัน)
  • อดีตนายกสมาคมทอกระสอบไทย (พ.ศ. 2533 – 2540)
  • ประธานคณะกรรมการจัดงานภาคเอกชน 5 ธันวา มหาราช (พ.ศ. 2539)

อ้างอิง

  1. ศาลอนุญาตให้ประกัน'ประชัย' หลังถูกสั่งจำคุกกรณีปั่นหุ้นทีพีไอโพลีน
  2. “ประชัย”ลังเลทิ้งพรรค หลังสมาชิกกราบเท้าวอนสู้ต่อ

ข้อมูลเพิ่มเติม