ปรียนันทนา รังสิต

From Thailand Political Base

Jump to: navigation, search
ภาพจากไทยรัฐ
ภาพจากไทยรัฐ

ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต เป็นสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2551 สายสรรหา โดยมาจากภาคส่วนอื่นๆ (ประธานมูลนิธิวิภาวดีรังสิต) และเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม 40 ส.ว. มีตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา

Contents

ข้อมูลส่วนตัว

  • อายุ : 55 ปี (2550)
  • วุฒิการศึกษา : ปริญญาตรีด้านภาษาสันสกฤต ประวัติศาสตร์อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ School of Oriental and African Studies มหาวิทยาลัยลอนดอน
  • อาชีพ : ประธานมูลนิธิวิภาวดีรังสิต, กงศุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ประเทศคอสตาริกา ประจำประเทศไทย, ประธานกรรมการบริษัทนันทนาจำกัด, มูลนิธิวิภาวดีรังสิต
  • บรรณาธิการผู้พิมพ์หนังสือ “สมุดพระรูป พระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔)”
  • เป็น สว. แต่งตั้งจากภาคอื่น
    • รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา

ครอบครัว

เป็นธิดาคนเล็กของ ม.จ.ปิยะรังสิต รังสิต และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต สายพระโลหิตในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)

เคยสมรสกับมหาราชจักกัต ซิงห์ พระอนุชาของมหาราชาแห่งแคว้นชัยปุระ ประเทศอินเดีย โดยพบรักกันที่ประเทศอังกฤษ มีบุตรธิดา 2 คนคือ น.ส. ลลิตยาและนายเทพราช ซิงห์ ภายหลังในปี 2530 ได้หย่าร้างกับมหาราช และเดินทางกลับมาอยู่เมืองไทยพร้อมลูกๆ

  • บุตร ชายคนโตคือ เทพราช ซิงห์ จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ
  • บุตรสาวคนเล็กคือ ลลิตยา กุมารี จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต สมรสอีกครั้งกับนายปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล นักธุรกิจผู้เคยมีผลงานดนตรีโด่งดังอมตะในบทเพลง “ไปทะเลกันดีกว่า”

การฟ้องร้องสมบัติของมหาราชจักกัต ซิงห์

ลูกทั้งสองคนของ ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ได้ต่อสู้เพื่ออ้างสิทธิ์ในกองมรดกของบิดา มหาราชจักกัต ซิงห์ (เสียชีวิตแล้ว) กับบรรดาเครือญาติที่ประเทศอินเดีย โดยเฉพาะมหารานี คยาตรี เทวี ผู้เป็นย่า [1] [2]

การดำรงตำแหน่ง ส.ว.

ทรัพย์สิน

หลังการเปิดบัญชีทรัพย์สิน ส.ว.ครั้งแรก หลังการใช้ รธน. 2550 ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต มีทรัพย์สินมากที่สุดกว่า 1,258 ล้านบาท[3]

กรณีเขาพระวิหาร

รายละเอียดดูใน กรณีเขาพระวิหาร

จาก 30 ส.ว.ส่ง จม.ถึงผู้แทนกงสุล ชี้การขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นการทำลายสันติภาพ จาก MCOT 29 ก.ค. 2551

   ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ส.ว.สรรหา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา แถลงว่า วันนี้ (29 ก.ค.) คณะวุฒิสมาชิกจำนวน 30 คน ได้ร่วมกันลงนามในจดหมายเปิดผนึกเพื่อส่งไปยังคณะทูตานุทูต ผู้แทนกงสุลประเทศต่าง ๆ รวมทั้งผู้แทน 21 ประเทศที่เป็นกรรมการตัดสินมรดกโลกในยูเนสโก โดยมีเนื้อหาว่า ยูเนสโกมีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมสันติภาพระหว่างประเทศ และการเคารพต่อกันทางสากลในหมู่ประชาชาติต่าง ๆ และเพื่อสร้างบรรยากาศของการหารือร่วมกันอย่างจริงใจ โดยยึดหลักการให้เกียรติต่อกันและกัน เคารพในศักดิ์ศรีของอารยธรรมและวัฒนธรรมของแต่ละฝ่าย แต่การตัดสินขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกให้กับกัมพูชาเพียงฝ่าย เดียว เป็นการกระทำที่ตรงกันข้ามกับหลักการพื้นฐานขององค์การอย่างสิ้นเชิง ก่อให้เกิดความตึงเครียดในภูมิภาคในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหลายทศ วรรษ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภัยร้ายแรงได้
      
   “เราจึงขอประณามคำตัดสินของ คณะกรรมการมรดกโลกและยูเนสโกว่าเป็นคำตัดสินที่แสดงถึงวิสัยทัศน์อันสั้น ขาดความเป็นกลาง มีเจตนาโน้มเอียงทางการเมือง และเป็นการกระทำที่ขัดต่ออุดมการณ์ของยูเนสโกเอง ทั้งที่ยูเนสโกมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความร่วมมือระหว่าง ประเทศ เมื่อยูเนสโกไม่ปฏิบัติตามหลักการ แต่พยายามบงการประเทศอื่น ๆ รัฐบาลไทยอาจจะประท้วงด้วยการลาออกจากการเป็นสมาชิกของมรดกโลกได้” ม.ร.ว.ปรียนันทนา กล่าว

จาก “ส.ว.”เตือนรัฐบาลระวังโง่ซ้ำเชื่อเขมร “แนะ” อย่าชะล่าใจ “ปราสาทตาเมือนธม” ต้องเร่งเจรจาแบ่งเขตแดนให้ชัด แนวหน้า 5 ส.ค. 2551

   ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ส.ว. สรรหา รองประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ลดกำลังทหาร ที่มีการตรึงกำลังอยู่บริเวณเขาพระวิหาร ว่า การลดหรือถอนทหาร อยากฝากให้กองทัพต้องถอนกำลังทั้งไทยและกัมพูชาพร้อมๆกัน ไม่เช่นนั้น เท่ากับว่าไทยไปแสดงเจตนารมณ์ที่จะให้กัมพูชานำไปอ้างว่า 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ทับซ้อนที่อยู่ในเขตของกัมพูชา

กรณีพาสปอร์ตแดง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร

ส.ว.ชี้ยกเลิกพาสปอร์ตแดง"แม้ว"เป็นอำนาจรมว.บัวแก้ว จาก มติชน 25 สิงหาคม พ.ศ. 2551

   ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ส.ว.สรรหา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศไม่ยกเลิกพาสปอร์ตแดงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าเป็นวาระแห่งชาติ และต้องให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่ง ว่า จากการตรวจสอบระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 6 ที่เกี่ยวกับการออกหรือยกเลิกหนังสือเดินทาง ระบุว่า ให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้ที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศมอบหมาย มีอำนาจใช้ดุลยพินิจให้ออกหนังสือเดินทางทูตได้ ซึ่งหากผู้ที่ถือขาดคุณสมบัติที่จะถือหนังสือเดินทางทูต ให้ส่งหนังสือเดินทางทูตนั้นแก่กระทรวงการต่างประเทศ และขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ขาดคุณสมบัติในการถือเดินทางทูตแล้ว กระทรวงการต่างประเทศก็ควรจะต้องดำเนินการยกเลิก ไม่จำเป็นต้องให้นายกฯ เป็นคนตัดสินใจ รมว.ต่างประเทศก็ดำเนินการได้เพราะถือเป็นอำนาจของรมว.ต่างประเทศ

กรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจ

โต๊ะข่าวประชาทรรศน์ จากประชาทรรศน์ 24 มิ.ย. 2551

   เอา เฉพาะแค่เห็น ส.ว. 2 ท่านแรกอภิปราย ก็ได้ฮากันเสียแล้ว เพราะทั้ง คำนูณ สิทธิสมาน และ ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ออกมาอ่านคำอภิปรายชนิดคำต่อคำ ครบถ้วนทุกตัวอักษร ทีแรกก็แอบขัดใจอยู่ว่า ทำไมประธานวุฒิสภาถึงได้ปล่อยให้สมาชิกออกมาอ่านบทความได้เป็นนานสองนาน เพราะมันผิดข้อบังคับสภา ด้วยประการหนึ่ง การจะนำอะไรมาอ่านจะต้องขออนุญาตจากประธานในที่ประชุมเสียก่อน และอีกประการหนึ่งคือ จะอนุญาตให้อ่านได้เฉพาะเอกสารอื่นที่นำมาอ่านอ้างอิงประกอบคำอภิปรายเท่า นั้น ไม่ใช่เป็นการเขียนบทมาอ่าน หรือมาพูดตามโผที่อาจจะมีใครร่างมาให้
   
   โดย เฉพาะในราย ม.ร.ว.ปรียนันทนา ท่านอ่านไปมือก็สั่น เสียงก็สั่น ไม่รู้จะด้วยวัยของท่าน หรือเป็นเพราะประหม่าก็ไม่รู้ได้ เพราะในบางท่อนบางตอน ก็ยังอ่านโผที่ท่านนำมาเองผิดๆ ถูกๆ เอาดื้อๆ

ข้อมูลอ้างอิง

  1. มรดก 8 พันล้าน ลูกมรว.ดัง ฟ้องเจ้าอินเดีย ไทยรัฐ
  2. เทพราช ซิงห์ ยันได้รับดาบผู้สืบทอดมรดก ไทยรัฐ
  3. เปิดกรุสมบัติสว.ครั้งแรก "ปรียนันทนา" แชมป์1258ล้าน

ข้อมุลอื่นๆ