สุเทพ เทือกสุบรรณ

From Thailand Political Base

Jump to: navigation, search
Teptuek.jpg

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ ส.ส.สุราษฎร์ธานี หลายสมัย เคยเป็น กำนันตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยวุฒิการศึกษา ระดับปริญญาโท จากสหรัฐอเมริกา ขณะที่ประเทศไทยในสมัยนั้น รัฐมนตรีบางกระทรวงยังจบแค่ชั้น ป. 4 ทำให้จนถึงขณะนี้ บางครั้งยังมีคนเรียกนายสุเทพว่า "กำนันสุเทพ"

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีชื่อเรียกเล่นๆ จากสื่อมวลชนโดยทั่วไปว่า "เทพเทือก" ซึ่งเกิดจากการย่อ ชื่อและนามสกุล "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รวมเข้าด้วยกันนั่นเอง

รศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยกล่าวถึง นายสุเทพ ไว้ในหนังสือ พิศการเมือง ความว่า

"คุณสุเทพเป็นคนที่มีความคิดก้าวหน้าที่สุดคนหนึ่ง เพียงแต่คนภายนอกอาจจะสัมผัสถึงได้ยาก กว่าคนภายใน ความจริงถ้า เสธ. และคุณสุเทพ สามารถจับมือกันได้ พรรคประชาธิปัตย์จะเข้มแข็ง จนเปลี่ยนแปลงการเมืองไปสู่มิติใหม่ๆ ได้อีกมาก"


Contents

ข้อมูลทั่ว

  • วันเกิด : 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2492
  • ชื่อบิดา-มารดา : เป็นบุตรนายจรัส เทือกสุบรรณกำนันตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนางละม้าย เทือกสุบรรณ
  • ครอบครัว : มีพี่น้องท้องเดียวกัน 7 คนคือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นางศิริรัตน์กับนางรัชนี (เป็นคู่แฝด) นายเชน เทือกสุบรรณ นางจุฑาภรณ์ วงศ์สุบรรณ นายธานี เทือกสุบรรณ และนางกิ่งกาญจน์ เทือกสุบรรณ

ประวัติการศึกษา

  • สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรี ศิลปศาสตร์บัณฑิต (รัฐศาสตร์) จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2515
  • สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาโท M.A. Political Sciences จาก Middle Tennesse State University ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2518

ประสบการณ์ทำงาน

หลังจากสำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาโทกลับมา นายสุเทพได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น กำนันตำบลท่าสะท้อน ต่อจากกำนันจรัส ผู้เป็นบิดา และชนะเลือกตั้ง ทำให้ได้เป็นกำนัน ขณะมีอายุเพียงประมาณ 26 ปี โดยมีวุฒิการศึกษาระดับ ปริญญาโทจากเมืองนอก ขณะที่ประเทศไทยในช่วงนั้น รัฐมนตรีบางกระทรวง ยังจบการศึกษา แค่ประถมศึกษาปีที่ 4

ต่อมานายสุเทพตัดสินใจลงเล่นการเมืองระดับประเทศ โดยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ตำแหน่งกำนันตำบลท่าสะท้อนว่างลง และมีน้าชายของนายสุเทพมาดำรงตำแหน่งต่อ และตามด้วย นายธานี เทือกสุบรรณ ผู้เป็นน้องชายของนายสุเทพ มาดำรงตำแหน่งต่ออีก 10 ปี จนลาออก เพื่อลงเล่นการเมืองระดับจังหวัด ในที่สุดกำนันจรัส บิดาของนายสุเทพ ได้กลับเข้าดำรงตำแหน่ง กำนันตำบลท่าสะท้อน อีกครั้งหนึ่งด้วยวัย 76 ปี โดยได้รับเลือกตั้งอย่างไร้คู่แข่งขัน กลายเป็นเจ้าของสถิติ กำนันผู้มีอายุสูงที่สุดในประเทศไทย

ประสบการณ์การเมือง

Sutep.jpg

นายสุเทพ เข้าสู่วงการเมืองระดับประเทศ ได้เป็น ส.ส.จังหวัดสุราษฎร์ธานี สมัยแรกเมื่อปี พ.ศ. 2522 และหลังจากนั้นสามารถชนะเลือกตั้ง ได้เป็น ส.ส. อย่างต่อเนื่องถึง 10 สมัย และดำรงตำแหน่งสำคัญระดับรัฐมนตรี คือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 สมัย และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

สมัยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุเทพถูกพรรคฝ่ายค้านคือ พรรคชาติไทย ที่มีนายบรรหาร ศิลปอาชาเป็นหัวหน้าพรรค เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณีเกิดการทุจริตในการแจกที่ดินทำกินแก่เกษตรกร หรือที่เรียกกันว่า สปก.4-01 โดยในครั้งนั้นพรรคชาติไทยมี นายเนวิน ชิดชอบ เป็นกำลังสำคัญนำอภิปรายใน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งส่งผลให้ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีต้องตัดสินใจ ยุบสภา ก่อนที่จะมีการลงมติ และจัดให้มีการ เลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2538 ซึ่งผลการเลือกตั้ง พรรคชาติไทย ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดย นายบรรหาร ศิลปอาชา ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรี คนที่ 21 ของประเทศไทย ส่วนนายเนวินได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี เป็นครั้งแรกในชีวิต ด้วยตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

แม้ว่านับตั้งแต่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในปี พ.ศ. 2538 นายสุเทพ ไม่เคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาลเกี่ยวกับกรณี สปก.4-01 แต่อย่างใด แต่ยังคงมีการนำกรณีดังกล่าว มาอ้างอิงเพื่อโจมตีทางการเมืองต่อนายสุเทพ และพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด

นายสุเทพ เคยดำรงตำแหน่งเป็น รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างปี พ.ศ. 2542-2546 ดำรงตำแหน่ง กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างปี พ.ศ. 2546-2548 และดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน

หลัง การเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2548 พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารพรรคครั้งใหญ่ นายสุเทพได้รับเลือกเป็น เลขาธิการพรรค และพอดีกับมีบทบาทอย่างมากใน คดียุบพรรค โดยเป็นผู้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นฟ้อง พรรคไทยรักไทย และต่อมาพรรคไทยรักไทยถูกวินิจฉัยให้ยุบพรรค โดยกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

ประสบการณ์บริหาร

  • เป็น ส.ส.จังหวัดสุราษฎร์ธานี 8 สมัย (พ.ศ. 2522, 2526, 2529, 2531, 2535/1, 2535/2, 2538, 2539)
  • เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ 2 สมัย (พ.ศ. 2544 และ 2548)
  • เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2524
  • เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2524-2526
  • เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2526-2529
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2529-2531
  • ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตร พ.ศ. 2531
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2535-2537
  • ประธานคณะกรรมาธิิการคมนาคม พ.ศ. 2539
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2540-2543
  • รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. 2542-2546
  • กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. 2546-2548
  • เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. 2548-ปัจจุบัน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • พ.ศ. 2522 ตริตาภรณ์ช้างเผือก
  • พ.ศ. 2524 ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
  • พ.ศ. 2526 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก
  • พ.ศ. 2528 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย
  • พ.ศ. 2529 ประถมาภรณ์ช้างเผือก
  • พ.ศ. 2530 มหาวชิรมงกุฎ
  • พ.ศ. 2535 มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก

ข้อมูลเพิ่มเติม