โอฬาร ไชยประวัติ
From Thailand Political Base
โอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี ของคณะรัฐมนตรีชุดที่ 58 ซึ่งมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
ดร.โอฬาร จบปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์จาก U Penn จบเอกจาก MIT เจ้าของฉายาโหรเศรษฐกิจอันโด่งดังในอดีต ขนาดที่ว่าทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะต้องมีชื่อ ดร.โอ ติดโผด้วยทุกครั้ง แต่จนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ยังไม่มีโอกาสได้นั่งเก้าอี้เสนาบดีใดๆ และอาจไม่มีโอกาสอีกเลยเมื่อต้องลุกออกจากตำแหน่งที่สร้างชื่อให้มากที่สุด president ของธนาคารไทยพา๊ณิชย์ ล่าสุดทำงานเป็นกุนซือเศรษฐกิจให้ักับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
Contents |
ข้อมูลทั่วไป
- ภูมิลำเนาเกิด : กรุงเทพมหานคร
- เกิดวันที่ : 5 ธันวาคม 2487
- สถานภาพ : สมรส
การศึกษา
- มัธยมศึกษา : โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร
- มัธยมศึกษา : โรงเรียนปรินส์รอแยลวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
- มัธยมศึกษา : โรงเรียนพิริยาลัย จังหวัดแพร่
- ปริญญาตรี : B.S. (MAGNA CUM LAUDE) ECONOMICS, Wharton School University of Pensylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา
- ปริญญาโท : M.A. ECONOMICS, Wharton School University of Pensylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา
- ปริญญาเอก : Ph.D.Economics, Massachusetts Institute of Technology (M.I.T.) ประเทศสหรัฐอเมริกา
ประเด็นปมทับซ้อนของ ดร.โอฬาร ไชยประวัติ กับ ตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์
สืบเนื่องจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด กรณีการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น ในยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ย้ำชัดเจนว่า ดร.โอฬาร เป็นกรรมการจัดตั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะ เป็นกรรมการ บมจ.ชินคอร์ปฯ และ เป็นนายกสภามหาวิทยาลัยชินวัตร (ธุุรกิจของตระกูลชินวัตร) ปัญหาจากกรณีนี้เป็นเสี้ยวหนึ่งของเส้นทางที่สังคมสงสัยว่าจะเป็นเครื่องยืนยันถึงความไม่โปร่งใส และการทับซ้อนของผลประโยชน์ที่มีเงื่อนงำในยุคทักษิณหรือไม่ ดร.โอฬาร เกี่ยวข้องกับสารพัดองค์กร ที่คาดไม่ถึงว่าจะโยงใยกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และ การขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่นให้กับสิงคโปร์ได้ ความเกี่ยวข้องเหล่านี้แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ
1. กลุ่มพลังงาน : การเป็นกรรมการ ปตท. และ เป็นกรรมการจัดตั้ง กฟผ. มีวงจรที่น่าสนใจ คือ วันที่ 29 กรกฎาคม 2546 ก่อนจะเป็นคณะกรรมการแปรรูป กฟผ. เพียง 3 เดือน ดร.โอฬาร เป็นประธานกรรมการตรวจสอบ ปตท. และ ต่อมาหลังจากที่เข้าไปเป็นกรรมการจัดตั้ง บมจ.ไทยออยล์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ปตท. เมื่อวันที่ 8 ธัันวาคม2547เนื่องด้วย ไทยออยล์ มีบริษัทลูก คือ บ.ไทยออยล์พาวเวอร์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าที่มีสัญญาจำหน่ายไฟฟ้าให้กับ ไทยออยล์ จึงสังเกตเห็นความโยงใยได้ว่า ดร.โอฬารเป็นกรรมการปตท. และไทยออยล์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าให้กับ กฟผ. รวมทั้งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง กฟผ. ประเด็นที่น่าสงสัย คือ เมื่อศาลปกครองสุงสุดพิพากษาว่าการที่โอฬารเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแปรรูป กฟผ. เป็นสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน วงจรการเป็นกรรมการของนายโอฬาร ทั้ง 3 บริษัทนั้นมีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่
2. กลุ่มการบิน : ปัญหาเรื่องทับซ้อนของกลุ่มการบินนี้มิใช่เกี่ยวพันเฉพาะ ดร.โอฬารเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมากที่ใกล้ชิดกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงวันที่ 5 ตุลาคม 2544 ดร.โอฬาร และ นายทนง พิทยะ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการการบินไทย โดยที่ นายทนง ขณะนั้นเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ส่วน ดร.โอฬาร เป็นกรรมการชินคอร์ป ต่อมา มิถุนายน 2545 นายทนง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการการบินไทย และในที่สุด วันที่ 19 กันยายน 2546 บริษัท ไทยแอร์เอเชีย ก็จัดตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลด้วยทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท ซึ่งถือหุ้นโดย เอเชียเอวิเอชั่นของบริษัทชินคอร์ปที่มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทหลังจากที่ก่อตั้งไทยแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นธุรกิจการบินเช่นเดียวกับการบินไทย โดยมีนายทนง และ ดร.โอฬาร เป็นกรรมการแล้ว นายทนง ยังคงเป็นประธานกรรมการการบินไทยไปจนกระทั่งได้รับปูนบำเหน็จให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 11 มีนาคม 2548 หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 และต่อมาก็ย้ายไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนที่ตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์จะขายหุ้นชินคอร์ปให้กับสิงคโปร์
3. กลุ่มการซื้อขายหุ้น บริษัทมหาชน (บม.) : เพราะ ดร.โอฬาร เป็นรองประธานกรรมการ บม.หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ (แห่งนี้จึงโยงใยถึง ดร.โอฬาร ไชยประวัติ อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ที่น่าสงสัย ก็คือ ความโยงใยเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายหุ้น บม.จากสิงคโปร์ หรือไม่) องค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบิ๊กดีลครั้งนี้คือ บริษัท กุหลาบแก้ว จำกัด ซึ่งจดทะเบียนเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2549 ด้วยทุนจดทะเบียน 4 พันล้านบาทก่อนการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปครั้งนี้เพียง 6 วัน โดยมีพงส์ สารสิน เป็นประธานกรรมการชินคอร์ปคนใหม่ การขายหุ้นครั้งนี้ ไทยพาณิชย์ เกี่ยวข้องในฐานะเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้ง ร้อยละ 9.9 และไทยพาณิชย์ ยังมีส่วนเกี่ยวโยงกับการจัดสรรทุนให้กับ กุหลาบแก้ว และเทมาเส็ก โดยที่ ดร.โอฬาร คือ ผู้มีอิทธิพลสูงมากในธนาคารไทยพาณิชย์ เพราะเหตุที่บริหารธนาคารนี้มาตั้งแต่ 2525 และปัจจุบันยังเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อ้างอิงจาก : www.seree.net/index2.php?option=com_content&do_pdf=1&id=673)
ประวัติการทำงาน
- พ.ศ. 2513 เริ่มทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในฝ่ายวิชาการ
- พ.ศ. 2523 ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน (เป็นตำแหน่งสุดท้ายที่ธนาคารแห่งประเทศไทย)
- พ.ศ. 2525 กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
- ประธานกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
- กรรมการสภามหาวิทยาลัยชินวัตร
- รองประธาน มูลนิธิศึกษาพัฒน์
- กรรมการติดตามและประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจ กระทรวงการคลัง
- กรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
- กรรมการ บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน)
- ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง
- ประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำกัด
- ประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด
- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- กรรมการตลาดหลักทรัพย์
- กรรมการบริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด
- กรรมการ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
- ประธานกรรมการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.)
- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินการคลัง, คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
- ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
ผลงานดีเด่น
- รางวัลนักการธนาคารแห่งปี ประจำปี 2536 2538 และ 2540 จากวารสารดอกเบี้ย
- รางวัลนักการเงินแห่งปี 2539 จากวารสารการเงิน ธนาคาร
- บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการเงิน
- รางวัลนักธุรกิจดีเด่น ประจำปี 2543
- รางวัลพระสิทธิธาดาทองคำ จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
- ประถมาภรณ์มงกุฏไทย
- ทุติยจุลจอมเกล้า
