Talk:พรรคชาติไทยพัฒนา
From Thailand Political Base
ปัญหาโลกร้อนทำให้เกิดสภาวะสุดขั้วเป็นภัยแล้งและภัยน้ำท่วม โดยภัยน้ำแล้ง ที่รุนแรงอาจทำให้น้ำแห้งขอดเขื่อน ในขณะที่ภัยน้ำท่วมที่รุนแรง เกิดจากพายุที่รุนแรง ทำให้เกิดน้ำท่วม โคลนถล่ม........................... วิธีหนึ่งที่จะแก้ปัญหาสภาวะสุดขั้วนี้คือต้องแก้ปัญหาโลกร้อน โดยการปลูกป่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะป่าจะช่วยปรับสมดุลของภูมิอากาศ โดยลดความรุนแรงของสภาวะสุดขั้วลง นอกจากนั้นป่ายังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ทำให้เกิดน้ำใต้ดิน จึงอาจกล่าวได้ว่า ป่าต้นน้ำลำธารช่วยสร้างเขื่อนใต้ดิน ที่น้ำจะไหลรวมกันเป็นแม่น้ำลำธาร ป่าจะช่วยเรียกฝนมาตกอย่างสมำเสมอ เป็นฝนที่อ่อนโยนต่อสรรพชีวิต ป่าช่วยสร้างระบบนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ สร้างความหลากหลายทางธรรมชาติและสร้างห่วงโซ่อาหาร การตัดป่าเพื่อแลกเป็นเขื่อน จึงเป็นความคิดที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง เพราะเท่ากับไปเร่งความรุนแรงของสภาวะโลกร้อน อันจะก่อให้เกิดปัญหาภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้นตามมาในภายหลัง เช่นแล้งมากขึ้น หรือเกิดพายุที่บ่อยและรุนแรง ประเทศไทยมีเขื่อนมากพอแล้วค่ะ …โปรดกรุณาอย่าสร้างอีกเลย เราควรคำนึงถึงสมดุลระหว่างพื้นที่เขื่อนและ พื้นที่ป่าด้วยนะคะ มีแต่เขื่อนรอรับน้ำแต่ไม่มีป่าเรียกฝน….มันจะมีประโยชน์อันใด ในปัจจุบันทั่วโลกเขาแทบจะไม่สร้างเขื่อนอีกแล้วนะคะ เพราะเขื่อนทำให้เกิดผลกระทบตามมาในหลายๆด้าน เช่น -เขื่อนทำให้เกิดเป็นโซนน้ำนิ่ง(stagnant zone) อันเป็นแหล่งรวมตะกอนและเกิดการสะสมของเชื้อโรคต่างๆที่ปากเขื่อน -การรวมตัวของน้ำที่จุดๆหนึ่งในเขื่อนทำให้เกิดเป็นแรงกดมหาศาลต่อเปลือกโลกโดยเฉพาะถ้าบริเวณนั้นเป็นรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลก อาจทำให้เกิดแผ่นดินไหวตามมาในภายหลัง -เขื่อนทำให้ตลิ่งหลังเขื่อนพังลงมา เช่นเขื่อน three george ของจีนที่สร้างบนรอยเลื่อนของเปลือกโลก โดยจีนยอมให้น้ำท่วมเมืองโบราณมากมาย …ผลที่ตามมาคือเมื่อจีนเติมน้ำลงในเขื่อน เริ่มเกิดแผ่นดินไหวตามมา นอกจากนั้นตลิ่งท้ายเขื่อนก็ถล่มลงมามหาศาล จนจีนต้องย้ายเมืองที่อยู่ท้ายเขื่อนหนีตาย -น้ำในเขื่อนจะมีบริเวณผิวหน้าของน้ำมาก เมื่อโลกร้อนขึ้นโอกาสที่น้ำจะระเหยออกจากเขื่อนจะยิ่งสูงขึ้น ผลคือเขื่อนจะแห้งขอดลงอย่างรวดเร็วในภายหลัง -การทำลายป่าเพื่อสร้างเขื่อนเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ เพราะป่าจะช่วยสร้างเขื่อนใต้ดิน ที่ยากต่อการระเหยของน้ำ จึงทำให้มีน้ำไหลมาเติมแม่น้ำลำคลองตลอดเวลา แม้ในสภาวะที่แล้งสุดๆ -ป่าเรียกฝนให้มาตกอย่างสม่ำเสมอ จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสรรพชีวิต -ป่าเขตร้อนจะช่วยสร้างก้อนเมฆที่ช่วยลดความรุนแรงของสภาวะโลกร้อน -ป่าช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเป็นก๊าซหลักที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนในขณะนี้ -ป่าช่วยผลิตก๊าซออกซิเยน สำหรับการหายใจ -ป่าช่วยทำให้โลกเย็นลงจากการคายน้ำของต้นไม้ โดยต้นไม้ใหญ่ 1 ต้นทำให้อากาศเย็นลงได้เท่ากับแอร์คอนดิชันขนาด 1 ตัน -ป่าสร้างความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ อันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับห่วงโซ่อาหารโดยมนุษย์จะอยู่ที่ส่วนบนสุดของห่วงโซ่อาหาร -นักวิทยาศาสตร์พบว่า ป่าจะช่วยดูดซับน้ำเอาไว้ใต้ดิน โดยฝนตก 100 เม็ดจะถูกดูดซึมกลายเป็นน้ำใต้ดิน 98 เม็ด และค้างบนผิวดินแค่ 2 เม็ด แต่ถ้าไม่มีป่า ฝนตก 100 เม็ดจะถูกดูดซึมกลายเป็นน้ำใต้ดินเพียง 3 เม็ด และค้างบนผิวดินแค่ 97 เม็ด นั่นคือถ้าไม่มีป่า จะเกิดน้ำท่วมโคลนถล่มอย่างรุนแรง................ ดิฉันก็ภาวนาอย่าให้รัฐบาลตัดสินใจผิดพลาดโดยการตัดป่าแก่งเสือเต้นเพื่อสร้างเขื่อนเลยนะคะ ….ความจริงเรื่องนี้เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่นักการเมืองควรต้องมีเอาไว้ เพื่อใช้ในการดำรงความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินนะคะ มิฉนั้นความผิดพลาดของท่านจะลากประเทศเข้าสู่หายนะที่ไม่มีโอกาสแก้ไขในภายหลังเลย ถ้าจะถามว่า เมื่อไม่ให้สร้างเขื่อนแล้วจะให้สร้างอะไร ขอแนะนำให้สร้างฝายแม้ว ขนาดเล็กๆ เพื่อชะลอน้ำเอาไว้ในป่าให้มากที่สุดค่ะ และให้ชาวบ้านขุดบ่อน้ำเอาไว้ใช้ตามบ้าน โดยต้องปลูกต้นไม้ใหญ่รอบบ่อน้ำเพื่อชะลอการระเหยน้ำในระหว่างที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาโลกร้อนกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที กรุณาอ่านประกอบด้วยค่ะ http://pirun.ku.ac.th/~fagisvtc/buddhism/activity/globalEffect.html ขอแสดงความนับถือ รศ ดร สาวิตรี จันทรานุรักษ์